|
ประเพณีไหว้เทวดา
เดิมเป็นประเพณีของชาวจีนฮกเกี้ยนในภูเก็ต ต่อมาได้รับความแพร่หลายในหมู่ชาวจีนทั่วไป ประเพณีไหว้เทวดาในจังหวัดภูเก็ตถือปฏิบัติกันมานาน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ต งานจะจัดขึ้นในวันถัดจากตรุษจีน 9 วัน พิธีจะเริ่มขึ้นหลังเที่ยงของวันที่ 8 หรือที่เรียกว่า โชยโป้ย
และวันสุดท้ายคือเช้าของวันที่ 9 เรียกว่า โชยเก้า
ความเป็นมาของพิธีไหว้เทวดามีหลายกระแส บางกระแสกล่าวว่าเพื่อเป็นการรำลึกถึงชาวจีนฮกเกี้ยนคนหนึ่งที่มีความสามารถด้านโหราศาสตร์ สามารทำนายโชคชะตาของบุคคลสำคัญในบ้านเมืองได้แม่นยำ เมื่อตายไปจึงได้เกิดเป็นเทวดานามว่า องค์เตียวเทียนซือ บางกระแสก็เล่าว่าครั้งหนึ่งในมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน มีคนกลุ่มหนึ่งแต่งกายคล้ายทหารอ้างว่าจะช่วยปราบโจร แต่กลับรุกรานชาวบ้านจนเป็นที่เดือดร้อน ทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในป่าอ้อยพร้อมกับอ้อนวอนให้เทวดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองให้พ้นภัย ในที่สุดหมู่บ้านก็สงบสุขลง ชาวบ้านจึงได้จัดงานเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณของเทวดา และเฉลิมฉลองความสุขที่ได้รับ ส่วนอีกกระแสหนึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องราวของกษัตริย์แคว้นหนึ่งของจีนที่หนีภัยสงครามเข้าไปหลบอยู่ในป่าอ้อย และอธิษฐานให้เทวดาช่วยคุ้มครองให้พ้นภัยจากข้าศึก เมื่อพระองค์พ้นจากอันตราย จึงรับสั่งให้จัดพิธีไหว้เทวดาขึ้น ภายหลังชาวจีนทั่วไปจึงจัดทำพิธีไหว้เทวดาสืบมา
ในพิธีไหว้เทวดาชาวจีนจะนำอาหารแห้งและสด ผลไม้ พร้อมกับกระดาษเงินกระดาษทอง น้ำชา เหล้า ฯลฯ มาเซ่นไหว้ จะมากหรือน้อยแล้วแต่ฐานะของแต่ละบ้าน แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือต้นอ้อยที่นำมาทั้งต้นและใบ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของพิธีไหว้เทวดา
เวลาทำพิธี คือ จะเริ่มประมาณเวลาของคนโบราณ คือเริ่มไหว้ประมาณตี 3 ตี 4 ตอนหัวรุ่ง แล้วรอจนพระอาทิตย์ขึ้นถึงเป็นอันเสร็จพิธี แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเวลาตามความสะดวก คือเริ่มไหว้ประมาณเที่ยงคืนหรือตี 12 เป็นต้นไป ส่วนระยะเวลานั้นก็แล้วแต่ว่าจะเป็นครึ่งชั่วโมงหรือกี่ชั่วโมงก็ได้ ไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่นอน แต่ก่อนที่จะเก็บของที่ไหว้ต้องเผากระดาษทองเล็กหรือกระดาษทองใหญ่ หรือภาษาจีนเรียกว่า กระดาษกิ้ม แล้วจุดประทัดเป็นอันเสร็จพิธี
|