 |
|
| |
 |
 |

วัดเทพกระษัตรี
เมื่อ พ.ศ. 2328 ซึ่งตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แห่งราชจักรีวงศ์
ประเทศไทยยังติดพันทำศึกสงครามกับพม่าอยู่
กองทัพพม่ายกมาตีไทย รวมทั้งหัวเมืองต่างๆ ทางใต้ด้วย ทำให้เกิดวีรกรรมของสองวีรสตรีขึ้นคือ
ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ซึ่งประวัติของท่าน
ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดเทพกระษัตรี ดังจะกล่าวต่อไปนี้
ท่านทั้งสอง คือ คุณหญิงจันและคุณหญิงมุก สองพี่น้อง
อาศัยอยู่ ณ บ้านดอน อันเป็นบ้านเกิดของท่าน (เหตุที่
เรียกว่าบ้านดอน เนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้มีลักษณะ
คล้ายเกาะ เพราะมีน้ำล้อมรอบและเป็นที่สูงที่น้ำท่วมไม่
ถึง) ในขณะนั้นพระยาถลางได้ถึงแก่กรรมลง ทางเมืองหลวง
ได้แต่งตั้งข้าหลวงให้ลงมาตรวจสอบเงินภาษีของเมืองถลาง
ปรากฏว่าเงินขาดหายเป็นจำนวนมาก คุณหญิงจันจึงถูกข้า
หลวงจับตัวไป พอดีขณะนั้นทัพพม่าได้ยกทัพมาตั้งค่ายอยู่
ณ เมืองตะกั่วทุ่ง ที่ตำบลโคกกลอย ข้าหลวงได้ตั้งค่ายต่อสู้
พม่าที่บ้านท่าฉัตรไชย ได้ควบคุมตัวคุณหญิงจันไปด้วย
ในไม่ช้าการรบครั้งใหญ่ก็อุบัติขึ้น ปรากฏว่าแม่ทัพไทย (ข้าหลวง)
เสียชีวิตในที่รบ คุณหญิงจันจึงเป็นอิสระและหลบหนีพม่า
มาอยู่ที่บ้านเดิม คือ บ้านดอน ได้รวบรวมชายฉกรรจ์ตลอด
จนผู้หญิงตั้งค่ายต่อสู้ที่บ้านค่าย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของท่าน
ประมาณสองกิโลเมตร
การรบครั้งนี้ปรากฏว่า ท่านสามารถรักษาเมืองถลางไว้ได้
สามารถขับไล่พวกพม่าแตกกระจายไป ข่าวที่ท่านมีชัยชนะ
ต่อพม่าได้ทราบถึง "กรมพระราชวังบวร จึงยกกองทัพมาปราบ
พวกพม่าทางหัวเมืองฝ่ายใต้ ได้ตั้งทัพอยู่ ณ เมืองนครศรีธรรมราช
กรมพระราชวังบวรได้มีใบบอกไปยังเมืองหลวงเกี่ยวกับวีรกรรม
ของคุณหญิงจันและคุณหญิงมุก จึงได้มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้คุณหญิงจัน เป็นท้าวเทพกระษัตรี และ
คุณหญิงมุกเป็นท้าวศรีสุนทร
ส่วนบ้านเดิม (บ้านดอน) ของท้าวเทพกระษัตรี ก็ถูกพวกพม่าราวี
เช่นเดียวกัน ขณะนั้นที่บ้านดอนมีสำนักสงฆ์อยู่แห่งหนึ่งมี พระฝา
หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อฝา (ปัจจุบันได้เรียนเพี้ยนกัน
มาเป็น หลวงพ่อเจ้าฟ้า) หลวงพ่อฝาเป็นคนต่างจังหวัด
ถือสำนักสงฆ์ที่แห่งนี้จำพรรษาอยู่ หลวงพ่อฝาเป็นที่เคารพ
นับถือของชาวบ้านดอนตลอดจนหมู่บ้านอื่นๆ กิตติศัพท์เป็น
ที่กล่าวขานในด้านเวทมนต์คาถาและอยู่ยงคงกระพันมาก พวกพม่า
จะบุกจู่โจมเพื่อเอาบ้านท้าวเทพกระษัตรีเป็นที่รวมพลและตั้งค่าย
แต่เส้นทางที่พม่าจะบุกจู่โจมบ้านท้าวเทพกระษัตรีนั้นจะต้องผ่าน
สำนักสงฆ์ของหลวงพ่อฝาก่อน
ดังนั้นจะต้องมีการสู้กันระหว่างหลวงพ่อฝาซึ่งเป็นผู้นำชาวบ้าน
กับพวกพม่า หัวหน้าพม่าจึงได้มีการตกลงท้าทายกับหลวงพ่อฝา
ว่าถ้าการต่อสู้ระหว่างหัวหน้าพม่ากับหลวงพ่อฝาที่จะเกิดขึ้นหากพม่าเป็น
ฝ่ายแพ้จะไม่ทำอันตรายต่อสำนักสงฆ์ของท่านตลอดชาวบ้านด้วย
แต่ถ้าพม่าเป็นฝ่ายชนะก็จะต้องยอมให้พม่าไปตั้งค่ายในบ้านท้าว
เทพกระษัตรีได้ เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเตรียมการ
จัดการต่อสู้กัน ก่อนจะทำการต่อสู้กันหัวหน้าพม่าได้สืบทราบมา
ว่า หลวงพ่อฝาเป็นผู้มีเวทมนต์คาถาอยู่ยงคงกระพัน ดังนั้นหัวหน้า
พม่าจึงคิดจะแก้เคล็ดเพื่อที่จะเอาชนะหลวงพ่อฝาให้ได้ เมื่อถึงวัน
ที่จะทำการต่อสู้กัน หัวหน้าพม่าได้เอาข้าวไปกำมือหนึ่งถามหลวง
พ่อว่า "นี่คืออะไร หลวงพ่อฝาตอบโดยไม่เฉลียวใจว่า ข้าว(เข้า)
ทันใดนั้นหัวหน้าพม่าก็ชักดาบพันหลวงพ่อฝาขาดสะพายแล่ง
หลวงพ่อฝาได้เอามือรับร่างของท่านไว้ก่อนจะหล่นถึงพื้นมาต่อเ
ข้ากับรอยเดิมแล้วใช้มือรูปตามรอยแผล ร่างของท่านก็ต่อได้เหมือนเดิม
เมื่อพม่าเห็นเช่นนั้นก็ตกใจยอมแพ้ถอยทัพกลับ ไม่ทำอันตราย
ตามที่สัญญาไว้ ครั้นเรื่องอภินิหารของหลวงพ่อฝาแพร่สะพัด
ออกไป ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชมยินดี เคารพนับถือของชาวถลาง
ทั่วไปเป็นอย่างมาก
หลังจากท้าวเทพกระษัตรีกวาดล้างศัตรูอันเป็นเสี้ยนหนาม
ของเมืองถลางหมดสิ้นแล้วเกิดศรัทธาที่จะสร้างวัดเพื่อเป็น
การฉลองชัยชนะ ที่ท่านมีต่อพม่าซึ่งเป็นประเพณีในสมัยโบราณ
จึงปรึกษากับกรรมการเมืองถลาง ได้ประชุมลงมติให้สร้างวัด
ณ สำนักหลวงพ่อฝา ที่ท่านร่วมมือกวาดล้างศัตรูของเมือง
ถลาง ให้ชื่อวัดนี้ว่า วัดดอน ให้หลวงพ่อฝาเป็นเจ้าอาวาสวัด
นี้เป็นรูปแรกหลังจากท่านมรณะภาพแล้ว บรรดาสานุศิษย์ทั้ง
หลาย ได้ปั้นรูปของท่านไว้เป็นอนุสรณ์ ซึ่งยังคงมีอยู่ตราบเท่า
ทุกวันนี้ ต่อมาคณะกรรมการจังหวัดสนใจสืบหาประวัติวัดนี้ว่า
ใครเป็นผู้สร้าง สร้างเพื่ออะไร มีความเป็นมาอย่างไร เมื่อสืบ
ประวัติแล้ว จึงประชุมกรรมการจังหวัดลงมติให้เปลี่ยนชื่อวัด
เสียใหม่ เป็นวัดเทพกระษัตรี ทั้งนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ท้าว
เทพกระษัตรีผู้สร้างวัดนี้ วัดนี้อยู่ห่างจากบ้านเดิมของท้าวเทพ
กระษัตรีประมาณ 15 เส้นเป็นและเป็นวัดแรกที่สร้างขึ้นในจังหวัดภูเก็ต
|
|
| |
Copyright ©2003 PhuketMeeDee.com. All rights reserved.
Contact:webmaster@phuketmeedee.com |